4 ธันวาคม 2555

ใช้ยาปลอดภัย รู้และเข้าใจการแพ้ยา


แม้ว่ายาเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของมนุษย์ โดยเป้าหมายหลักของการใช้ยาคือ ผลในการรักษาโรคหรือบรรเทาอาการผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้น  แต่ก็จะมีผลอื่นๆหรืออาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นร่วมด้วย ได้แก่
ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง หมายถึง ผลใดๆ ที่ไม่ได้จงใจให้เกิดขึ้นจากยา ซึ่งเกิดขึ้นในการใช้ตามขนาดปกติในมนุษย์ และสัมพันธ์กับคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาของยา หรือกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเกิดจากฤทธิ์ของยาเอง
พิษจากยา เป็นผลไม่พึงประสงค์ที่สำคัญอย่างหนึ่งซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้ยาเกินขนาดหรือผลของยาโดยตรงก็ได้ ในกรณีการใช้ยาเหล่านี้แพทย์หรือเภสัชกรจะต้องชี้แจงและเตือนให้ผู้ใช้ยาเฝ้าระวังอาการอันส่อถึงผลพิษดังกล่าวเสมอ
การแพ้ยา เป็นผลไม่พึงประสงค์ของยาที่เกิดน้อยครั้งและคาดคะเนได้ยาก การแพ้ยานั้นเกิดจากระบบภูมิต้านทานของร่างกายมีปฏิกิริยาโต้ตอบต่อยามากเกินไป  ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีโอกาสแพ้ยาได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเคมีของยาที่ใช้นั้นและสถานภาพภูมิต้านทานของผู้ใช้ยา  การได้รับยาครั้งแรกอาจไม่แสดงอาการแพ้ยาแต่จะมีการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อยานั้น และเมื่อได้รับยาเดิมในครั้งต่อมาก็จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นกับยาที่ได้รับทำให้เกิดการแพ้ขึ้น  

ข้อควรระวังและแนวทางป้องกัน
1) กลุ่มผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยา   ทุกครั้งที่พบแพทย์ ต้องแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ หากเคยได้รับบัตรแพ้ยาจาก โรงพยาบาล ต้องพกติดตัวไว้เหมือนบัตรประจำตัวประชาชนและยื่นบัตรแพ้ยาทุกครั้งที่มาพบแพทย์เพราะยากลุ่มหนึ่งอาจมีหลายตัว หากผู้ป่วยไม่ให้บัตรแพ้ยา แพทย์อาจไม่ทราบว่าแพ้ยาตัวใด 
http://yeechat.com/img/logo/uploads/255957.jpg2) กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่เคยมีประวัติแพ้ยา ทุกครั้งที่รับประทานยาที่ไม่เคยรับประทานมาก่อนเป็นครั้งแรก ควรสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด โดยทั่วไปอาการแพ้ยามักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังจากได้รับยา หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นคันแปลก ๆ ทั่วร่างกาย หน้าบวม ตาบวม แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง เวียนศีรษะ ให้รีบกลับมาพบแพทย์และปรึกษาเภสัชกรทันที เพื่อให้สามารถวินิจฉัยแพ้ยาได้เร็ว ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงอาการแพ้ยาลงได้
เอกสารแผ่นพับฉบับเต็ม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น